Latest Posts

ตัวเลขกับตัวเรา เส้นบางๆ ของการกำหนดชีวิต

บางคนมักจะชอบถือเรื่องโชคลางเป็นหลัก ไม่ว่าจะทำอะไรจะตัดสินใจเรื่องไหนก็ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอๆ จนทำให้กลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองไปในที่สุด จะหยิบจะจับอะไรก็ต้องเลือกที่เป็นเบอร์สวย เป็นเลขมงคล ถ้ามีเลขเหล่านั้นอยู่สิ่งที่ต้องการก็จะรู้สึกเสียขวัญหรือจิตตกไปเลยก็เป็นได้

number-08
การที่คนเรามักจะยึดติดเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ที่จะต้องเป็นเบอร์สวย เลขมงคลก็อันเนื่องมาจากการที่คนรอบข้างหรือตัวเรานั้น ให้ความสนใจไปกับกระแสโชคลางจนทำให้กลายเป็นนิสัยขาดความมั่นใจ โดยสมมติว่า หากใครมาบอกเราว่าเบอร์โทรศัพท์ของเรานั้นไม่ดี เพราะมีเลข 8 อยู่ด้วย ในตอนแรกนั้นเราอาจจะไม่เชื่อ แต่พอผ่านระยะหนึ่งเราก็ค่อยเสาะหาหรือเพ่งเล็งไปที่อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่มันเกิดจากความประมาทของเราแต่เราอาจเริ่มโทษโชคชะตา บ่อยขึ้นเราก็จะเริ่มคิดไปเองว่าตรงกับความหมายที่เคยมีคนทำนายไว้ ว่าเลข 8 ไม่ใช่เลขดี ไม่ใช่เบอร์สวย แล้วเราก็เริ่มจะหวั่นวิตก และหวาดกลัวกับเลขนั้น นานวันเข้าเราก็จะเกิดความไม่สบายใจ จนกลายมาเป็นอาการป่วยจากด้านในสู่ภายนอก อีกทั้งเราอาจจะพูดออกไปว่าเป็นเพราะ มีเลขไม่ดี ไม่ใช่เบอร์สวยอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นคำทำนายเบอร์โทรศัพท์ไม่ดี ทำให้เราแย่ลง คนอื่นๆ ที่เห็นเราป่วยก็จะพลอยคิดตามและวิตกไปพร้อมๆ กัน
และวิธีแก้ไขก็มีอยู่ทางเดียวคือ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง หัดมองโลกในแง่ดีเสียบ้าง ให้อภัยจนเป็นนิสัย ต่อให้เลขรอบตัวนั้นเป็นเลขแย่ไปหมด ไม่ใช่เบอร์สวย ก็ไม่มีทางที่เราจะเสียกำลังใจอย่างแน่นอน เพราะเลขทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงสิ่งสมมติเท่านั้น

ตึกควีน วิคตอเรีย (Queen Victoria Building)

เมืองซิดนีย์ (Sydney ) ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งศิลปะและวัฒนธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพลาดไม่ได้เมื่อได้ไปทัวร์ออสเตรเลีย โดยที่เมืองแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุดในออสเตรเลียอีกด้วย ถ้าพูดถึงเมืองแห่งศิลปะแล้วอะไรๆ ก็ย่อมไม่ธรรมดา โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า

aus-16
ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีชื่อว่า ตึกควีน วิคตอเรีย (Queen Victoria Building) ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองซิดนีย์ ถูกสร้างขึ้นมานานกว่า 100 ปี ถ้าหากว่าเราได้เห็นสถานที่แห่งนี้ในการไปทัวร์ออสเตรเลีย ก็อย่าไปเข้าใจผิดว่ามันคือตึกร้างตึกเก่าแก่แต่อย่างใด ก่อนที่จะมาเป็นห้างสรรพสินค้ามันเคยถูกใช้เป็นหอศิลป์ ร้านกาแฟ โชว์รูมขายสินค้าพื้นเมือง เวทีโรงละคร ซึ่งก็มีอยู่หลายครั้งเลยทีเดียวที่มีการวางแผนจะทุบตึกนี้ทิ้ง แต่แล้วสุดท้ายแล้วก็กลับมาทำเป็นห้างสรรพสินค้าตามเดิม ซึ่งภายในก็ได้มีการเพิ่ม บันไดเลื่อน ลิฟท์ให้ทันสมัยมากขึ้น ไม่ได้ดูเก่าอย่างที่คิด แต่ก็ยังคงความเป็นศิลปะไว้อย่างเดิม
โดยห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยถนนทั้ง 4 ด้าน มีความสูงประมาณ 3 ชั้น ด้านหน้าตึกจะมีรูปปั้น ควีนวิคตอเรียตั้งอยู่ซึ่งทำจาก บรอนซ์หรือสำริด โดยที่รูปปั้นนี้เคยอยู่ที่ประเทศไอร์แลนด์ก่อนจะย้ายมาที่ประเทศออสเตรเลีย มีคำกล่าวไว้ว่าหากจะเปรียบโอเปร่าเฮ้าส์ เป็นดังเช่นสาวงามประจำมหานคร ตึกควีน วิคตอเรียก็เปรียบเหมือนมงกุฎประดับอัญมณีล้ำค่าที่โดดเด่นเป็นศรีแห่งเมือง ซึ่งการไปทัวร์ออสเตรเลียที่ตึกควีนวิคตอเรีย ก็จะได้ทั้งการช็อปปิ้งและสามารถชื่นชมศิลปะอันเก่าแก่ไปในเวลาเดียวกันด้วย คุ้มสุดๆ

มีร้านอาหารไทยไหมในประเทศเวียดนาม

ในบทความตอนที่แล้วผมได้พูดถึงเรื่องของอาหารเวียดนามสำหรับคนที่ไปทัวร์เวียดนามไปเชื่อว่าหลายท่านที่กำลังคิดจะไปทัวร์เวียดนามคงจะคลายความกังวลเรื่องนี้ไปได้บ้างแต่ก็ยังคงมีคำถามตามมาอีกว่าและถ้าหากอยากจะทานอาหารไทยขึ้นมาล่ะที่นั่นเขาจะมีให้ทานหรือไม่

viet-07
ดังที่เคยบอกไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ว่าหากเป็นร้านอาหารในโรงแรมหรือร้านอาหารที่ดูภูมิฐานสักหน่อยทางร้านเองสามารถปรุงอาหารตามที่นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์เวียดนามต้องการได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นอาหารในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วยิ่งสบายเพราะเนื่องจากว่าเป็นอาหารที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่สำหรับใครที่อยากทานอาหารแบบไทยแท้ๆ ไทยล้วนๆ แล้วล่ะก็สามารถหาทานได้อย่างแน่นอนครับเพราะในปัจจุบันนี้มีร้านอาหารไทยชื่อดังหลายร้านด้วยกันแตกไลน์ขยายธุรกิจไปเปิดที่ประเทศเวียดนามดังนั้นการหาอาหารไทยในประเทศเวียดนามจึงไม่ใช่เป็นเรื่องยากอย่างที่คิดหากแต่เพียงมีข้อจำกัดที่ว่าต้องเป็นย่านธุรกิจหรือย่านที่มีนักท่องเที่ยวคับคั่งสักหน่อยเพราะร้านที่ว่านี้เขามักจะเลือกทำเลเปิดในย่านเหล่านี้นั่นเองครับ
แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเองกลับมองว่ามันดูไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไหร่ที่เราไปทัวร์เวียดนามแล้วแต่กลับมองหาร้านอาหารไทยทานเพราะอาหารไทยนั้นเราสามารถหาทานได้ตลอดทั้งปีในบ้านเราอยู่แล้วดังนั้นเมื่อไปเยือนต่างถิ่นก็ควรที่จะลองซึมซับหรือลิ้มลองวัฒนธรรมต่างถิ่นดูบ้างน่าจะเป็นการดีกว่าเพราะถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของเรานั่นเอง

ทัวร์พม่าพาไหว้พระมหามัยมุนี

สวัสดีผู้ที่ชื่นชอบในการทัวร์พม่าทุกท่านครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศพม่านั้นเป็นประเทศที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมพื้นบ้านอยู่อย่างไม่เสื่อมคลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของประเพณีและวัฒนธรรมทางศาสนาพม่าเองก็ยังคงรักษาขนบและแบบแผนดั้งเดิมเอาไว้จนเป็นมนต์เสน่ห์และมนต์ขลังอย่างหนึ่งที่ดึงดูดให้คนจากทั่วโลกมาทัวร์พม่าได้ตลอดทั้งปีและสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดึงดูดให้คนมาทัวร์พม่าได้ก็คือ “พระมหามัยมุนี”
สำหรับประวัติของพระมหามัยมุนีนั้นกล่าวโดยย่อก็คือพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 ของประเทศพม่าที่ใครก็ตามที่มาเยือนพม่าต้องหาโอกาสมาสักการะบูชาให้ได้เพราะถือว่าเป็นมงคลสูงสุดโดยพระมหามัยมุนีนี้ตั้งอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์

myanmar-10
เมื่อมาสักการะพระมหามัยมุนีแล้วสิ่งหนึ่งที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นพิธีที่หาดูได้ยากและทำที่วิหารพระมหามัยมุนีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นก็คือพิธีการล้างหน้าพระมหามัยมุนีโดยเวลาประมาณตี 4 ของทุกวันจะมีพิธีล้างหน้าพระศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ด้วยการนำน้ำมารดบริเวณใบหน้าและเช็ดด้วยผ้าสะอาดและทาแป้งทานาคาปิดท้ายโดยคนพม่าเองมีความเชื่อกันว่าน้ำที่ผ่านการล้างหน้าพระมหามัยมุนีนั้นเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์และหากใครที่ได้เข้าพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนีนี้แม้เพียงแค่ครั้งเดียวก็ถือว่าได้บุญสูงที่สุดตายไปไม่ตกนรกครับ

หุบเขาจิ่่วจ้ายโกว

มาถึงสถานที่ลำดับที่ 6 ที่นักท่องเที่ยวและบรรดาทัวร์จีนพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดนั่นก็คือหุบเขาชื่อดังของประเทศจีนอย่างหุบเขาจิ่วจ้ายโกวที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ดังนั้นในบทความตอนนี้จะขอพาทุกท่านไปสัมผัสกับหุบเขาชื่อดังแห่งนี้กัน

tour-00
หุบเขาจิ่วจ้ายโกวนั้นตั้งอยู่บริเวณทางตอนใต้สุดของเทือกเขาหมินซาน ห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางทิศเหนือประมาณ 330 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทศมณฑลหนานปิงในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลเสฉวน ใกล้เขตแดนของมณฑลกานซู โดยพื้นที่ของหุบเขาจิ่วจ้ายโกวนั้นมีประมาณ 700 ตารางกิโลเมตร
ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์จีนจะรู้จักหุบเขาจิ่วจ้ายโกวแห่งนี้ในนามของอุทยานแห่งชาติก็ตามทีแต่จะมีเฉพาะชาวจีนและชาวทิเบตเท่านั้นที่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มาก่อนก่อนที่จะมีผู้บุกรุกและตัดไม้บริเวณนี้อย่างหนักจนเกือบจะเหี้ยนเตียนโชคดีที่รัฐบาลจีนได้ทราบเรื่องจึงเข้ามาจัดการและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กลายเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนและสำหรับใช้เป็นสถานที่ศึกษาสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในปัจจุบันและด้วยความสวยงามที่รังสรรค์ขึ้นตามธรรมชาติของหุบเขาจิ่วจ้ายโกวนี้เองทำให้องค์การ UNESCO ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้ขึ้นทะเบียนให้หุบเขาจิ่วจ้ายโกวเป็นมรดกโลกประเภทมรดกทางธรรมชาติในปีพุทธศักราช 2535 และได้รับการยกย่องให้เป็น World Biosphere Reserve ในอีก 5 ปีถัดมา